Alliance Anti Trafic | รวมข่าวจากงานเสวนาวิชาการเนื่องในวันต่อต้านการค้ามนุษย์แห่งชาติ ในวันที่ 5 มิย 2558 ที่ผ่านมา

รวมข่าวจากงานเสวนาวิชาการเนื่องในวันต่อต้านการค้ามนุษย์แห่งชาติ ในวันที่ 5 มิย 2558 ที่ผ่านมา

Jun 8, 15 • Blog, newsComments Off on รวมข่าวจากงานเสวนาวิชาการเนื่องในวันต่อต้านการค้ามนุษย์แห่งชาติ ในวันที่ 5 มิย 2558 ที่ผ่านมา

เครือข่ายต่อต้านการค้ามนุษย์จัดเสวนาวิชาการ
5 มิ.ย. 58 08.18 น http://news.sanook.com/1807038/
นำเสนอข่าวโดยทีมงาน Sanook.com

เครือข่ายปฏิบัติการต่อต้านการค้ามนุษย์จัดการเสวนาวิชาการ เนื่องในวันต่อต้านการค้ามนุษย์

622788-01

วันนี้ กลุ่มเครือข่ายปฏิบัติการต่อต้านการค้ามนุษย์ จัดการเสวนาวิชาการเนื่องในวันต่อต้านการค้ามนุษย์ในหัวข้อ “สำเร็จหรือล้มเหลว? และแนวทางแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ไทยในอาเซียน” โดยมีวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิเข้าร่วม อาทิ นางสุภางค์ จันทวานิช, นายสุรพงษ์ กองจันทึก, นายพลิศร โนจา และตัวแทนลูกเรือประมง โดยในการเสวนา ครั้งนี้จะมีการรายงานสถานการณ์ค้ามนุษย์ในไทย ทั้งแรงงานชาวประมง ชาวโรฮีนจา ขอทาน เด็กและสตรี จาก องค์และมูลนิธิที่ดูแลรับผิดชอบอีกด้วย โดยการเสวนาจะเริ่มตั้งแต่เวลา 09.00 – 12.00 น. ที่ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์ฯ

เปิด “บัญชีส่วย” ค้ามนุษย์ตำรวจมากสุด
Morning News

http://www.now26.tv/view/46384/%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%B4%E0%B8%94-%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%AA%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%A2-%E0%B8%84%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%A9%E0%B8%A2%E0%B9%8C%E0%B8%95%E0%B8%B3%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%88%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%94.html

ประธานอนุกรรมการสิทธิมนุษยชนฯ สภาทนายความ เปิดเอกสารบัญชีเครือข่ายค้ามนุษย์จ่ายส่วยให้เจ้าหน้าที่หลายหน่วยงาน ตกเดือนละกว่า 9 หมื่นบาท
วานนี้ (5 มิ.ย.) เป็นวัน “ต่อต้านการค้ามนุษย์” เครือข่ายปฏิบัติการต่อต้านการค้ามนุษย์ ได้จัดเสวนาเรื่อง “สำเร็จหรือล้มเหลว และแนวทางการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ไทยสู่อาเซียน”     นายสุรพงษ์ กองจันทึก ประธานอนุกรรมการสิทธิมนุษยชนด้านชนชาติ ผู้ไร้สัญชาติ แรงงานข้ามชาติ ผู้พลัดถิ่น สภาทนายความ ได้นำบัญชีส่วยที่ผู้ประกอบการคาราโอเกะ ซึ่งแฝงการค้าประเวณี และเข้าข่ายการค้ามนุษย์มาเปิดเผย

ขณะที่นายปภพ เสียมหาญ ผู้ประสานงานโครงการต่อต้านการค้ามนุษย์ มูลนิธิเพื่อสิทธิมนุษยชนและการพัฒนา (เอชอาร์ดีเอฟ) ซึ่งเป็นหนึ่งในทีมงานที่มีส่วนสำคัญในการทลายเครือข่ายขบวนการค้ามนุษย์ชาวโรฮิงญาในพื้นที่ภาคใต้

จนมีการขยายผลจับกุมผู้ต้องหาคนสำคัญอย่าง พล.ท.มนัส คงแป้น ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก บอกว่าการขยายผลสอบสวนน่าจะหยุดที่ พล.ท.มนัส เพราะจะเห็นได้ว่ามีคนออกมาปกป้อง และจากข้อมูลที่ได้มาพบว่า มีเครือข่ายที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังจับตาอีก 4-5 คนนั้นมีนายทหารระดับสูงรวมอยู่ด้วยแต่เป็นเหล่าทัพอื่น

สมาคมนักหนังสือพิมพ์จัดเสวนาปัญหาค้ามนุษย์
หน้าแรก » ข่าวการเมือง » สมาคมนักหนังสือพิมพ์จัดเสวนาปัญหาค้ามนุษย์
NEWS ข่าวการเมือง ครอครัวข่าว
http://www.krobkruakao.com/%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87/128197/%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B9%8C%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%9B%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%A9%E0%B8%A2%E0%B9%8C.html

ในวันต่อต้านการค้ามนุษย์ของประเทศไทยวันนี้ ทางสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย จัดเสวนา “สำเร็จหรือล้มเหลว และแนวทางการค้ามนุษย์ไทยสู่อาเซียน ชี้ปัญหาแรงงานขอทาน และ ล่วงละเมิดทางเพศ รัฐควรเร่งแก้ไข

ตัวแทนจากเครือข่ายต่อต้านการค้ามนุษย์ ผลัดเปลี่ยนกันแสดงความคิดเห็น ในสถานการณ์การค้ามนุษย์ของไทย ปัจจุบันในด้านต่างๆทั้งเรื่องแรงงาน การละเมิดทางเพศ และ ปัญหาขอทานในเด็ก ซึ่งนายวิธนะพัฒน์ รัตนาวลีพงษ์ ตัวแทนจากมูลนิธิกระจกเงา กล่าวว่า แม้ที่ผ่านมารัฐบาลจะมีมาตรการคุมเข้มในการจัดระเบียบขอทาน แต่ปัญหาการนำเด็กมาเป็นเครื่องมือยังเป็นเรื่องที่น่าห่วง เพราะส่วนใหญ่เด็กขอทานจะมาจากประเทศกัมพูชา เมื่อถูกจับกุมก็จะส่งกลับประเทศต้นทาง ส่งผลให้ไม่เกรงกลัวกฎหมาย และ จะลักลอบกลับเข้ามาขอทานซ้ำเป็นจำนวนมาก ดังนั้น ควรเพิ่มความเข้มงวดป้องกันการลักลอบเข้าเมืองตามชายแดนให้มากขึ้น รวมถึงช่วยเหลือเด็กขอทานให้ถูกวิธี เช่น สร้างอาชีพ และการศึกษา เพื่อลดขอทานให้น้อยลง

ขณะที่ปัญหาการล่วงละเมิดทางเพศเด็กก็ยังน่าห่วงเช่นกัน โดยศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ ชี้ว่าพื้นที่ๆพบเด็กถูกละเมิดทางเพศมากที่สุด คือ เมืองพัทยา ส่วนใหญ่เป็นเด็กอายุต่ำกว่า12 ปี ซึ่งผู้กระทำเป็นกลุ่มชาวต่างชาติมาเที่ยวไทย โดยผ่านนายหน้า เด็กมักถูกจัดหามาในหลายวิธี เช่น ใช้เกมเป็นตัวล่อให้เด็กมาใช้บริการในร้านฟรีๆ แต่เมื่อถึงเวลากลับคิดเงิน เมื่อเด็กไม่มีจึงถูกบังคับขายให้ตัวชดใช้หนี้ จึงอยากฝากถึงผู้ดูแลให้เพิ่มมาตรการๆป้องกัน ซึ่งเชื่อว่าอาจมีเจ้าหน้าที่บางรายรู้เห็นในกระบวนการนี้
หลายหน่วยงานร่วมถกปัญหาค้ามนุษย์ วอนรัฐบาลจัดการตรงจุด รื้อระบบคัดกรอง เน้นช่วยเหลือเหยื่ออย่างเป็นธรรม
By transbordernews on 5 มิถุนายน, 2015
http://transbordernews.in.th/home/?p=8833

11332569_432169283610638_1117784063_o-1024x769

เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2558 ที่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย มีเวทีเสวนาวิชาการเนื่องในวันต่อต้านการค้ามนุษย์ของประเทศไทย ในหัวข้อ “สำเร็จหรือล้มเหลว และแนวทางแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ไทยสู่อาเซียน” โดยมีตัวแทนองค์กรภาคประชาชน หน่วยงานเอกชน และรัฐเข้าร่วมหลายส่วน อาทิ มูลนิธิกระจกเงา มูลนิธิเพื่อสิทธิมนุษยชนและการพัฒนา (HRDF) มูลนิธิเครือข่ายส่งเสริมคุณภาพชีวิตแรงงาน (LPN) และศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์และเด็กถูกล่วงละเมิด

นายวิธนะพัฒน์ รัตนาวลีพงษ์ มูลนิธิกระจกเงา กล่าวว่า ปัญหาหารค้ามนุษย์ในประเทศไทยนั้นมีปัญหามาต่อเนื่อง โดยส่วนมากยังเป็นสถานการณ์การนำเด็กข้ามชาติมาทำธุรกิจนั่งขอทาน ต่อมาเป็นแรงงานประมง แรงงานทาส และการค้าประเวณีตามลำดับ โดยกลุ่มค้ามนุษย์มีการกระจายตัวในทุกพื้นที่ของประเทศไทย โดยเฉพาะพื้นที่ชายขอบอย่างชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน จากข้อมูลที่ทางมูลนิธิรับแจ้งในปี 2558 พบว่ามีเหยื่อขอทานจำนวน 108 ราย โดยส่วนมากเกิดจากช่องโหว่ในการบริหารจัดการพื้นที่เสี่ยง และการใช้พนักงานสอบสวนสืบสวนที่ไม่สามารถมีอำนาจปราบปราบกลุ่มค้ามนุษย์ได้ตรงจุด เพราะบางขบวนการนั้นเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย

“ค่านายหน้าแก๊งขอทาน อย่างของกัมพูชาในชายแดนอรัญประเทศ จังหวัดสระแก้วนั้นมีเฉลี่ยตั้งแต่ 1,000-3,000 บาท โดยเด็กที่ถูกส่งมาทำงานขอทานนั้นจะถูกกระจายไปยังกรุงเทพและปริมณฑลแถวจังหวัดชลบุรี ทางภาคเหนือของประเทศไทยอย่างเชียงใหม่ ส่วนภาคใต้ก็ส่งไปจังหวัดท่องเที่ยวอย่างภูเก็ต โดยปัญหาขอทานเด็กนำไปสู่ปัญหาค้าประเวณีเด็กหญิงเด็กชายในช่วงวัยรุ่นด้วย ซึ่งจากการรวบรวมข้อมูลสัมภาษณ์ทราบว่า เหตุผลที่ประเทศไทยจัดเป็นแหล่งค้ามนุษย์แบบขอทานแหล่งใหญ่เพราะเป็นประเทศที่นิยมช่วยเหลือและบริจาค” นายวิธนะพัฒน์ กล่าว

นายวิธนะพัฒน์ กล่าวด้วยว่า การจัดการขบวนการค้าเด็กนั้นต้องทำทั้งระบบ คือ หนึ่ง เมื่อได้เหยื่อมาแล้วก็ต้องบริหารเรื่องการส่งกลับประเทศต้นทางอย่างมีประสิทธิภาพ โดยประสานเรื่องแผนพัฒนาระบบการศึกษา เศรษฐกิจ สังคมกับประเทศเพื่อนบ้านแบบตรงไปตรงมา และหากเหยื่อเป็นคนไทยต้องไม่ปล่อยให้เขาจบชีวิตแค่ช่วยเหลือออกมาจากแหล่งมั่วสุม แหล่งขอทานเท่านั้น แต่ต้องหาพื้นที่ปลอดภัยเพื่อส่งเสริมอาชีพและช่วยเหลือเรื่องอื่นด้วย ซึ่งประเทศไทยไม่จำเป็นต้องแบกภาระอุปถัมภ์เหยื่อ แต่ต้องส่งเสริมคุณภาพชีวิตและเพิ่มโอกาสด้านการงานโดยไม่แบ่งแยกพวกเขาจากกลุ่มอื่น เว้นแต่ช่วงแรกของการเยียวยา อย่างไรก็ตามการค้าเด็กและสตรียังคงน่าห่วงเพราะมีข้อมูลว่าพบในอายุน้อยลงทุกปี อย่างเด็กที่ถูกล่วงละเมิดทางเพศอายุระหว่าง 14-15 ปี เป็นสถานการณ์ที่น่าห่วง เพราะปัจจุบันพบว่าในร้านเกมออนไลน์ ทั่วไปก็มีเด็กเป็นเหยื่อล่วงละเมิดทางเพศ ด้วยการหลอกเด็กให้เล่นเกมฟรีแล้วล่อลวงไปละเมิดทางเพศ

ด้านนางชลีรัตน์ แสงสุวรรณ ตัวแทนจากมูลนิธิพิทักษ์สตรี กล่าวว่า ธุรกิจการค้ามนุษย์เพื่อกิจการทางเพศนั้นเป็นธุรกิจที่ซับซ้อนและเกิดขึ้นทั้งในไทย เชื่อมโยงไปทั่วโลก เพราะมีการขนถ่ายและล่อลวงผู้หญิงไปยังต่างประเทศมากมาย โดยมีนายหน้ามากกว่า 10 คนในหนึ่งขบวนการ เกิดการล่อลวงสตรีไปค้าประเวณีแบบข้ามชาติ ซึ่งต่อมาพัฒนาจากการค้าประเวณีทั่วไปมาเป็นรูปแบบการอุ้มบุญที่ส่งต่อหญิงชาวเวียดนาม หญิงไทยขายให้ต่างชาติ อาทิ ไต้หวัน และชาติตะวันตกเพื่อเป็นแม่อุ้มบุญ โดยค่าตอบแทนรวมกับค่านายหน้าก็ตกหลักแสน เป็นปัญหาใหญ่ที่ไทยต้องเปิดใจคุยกับนานาชาติ เพราะไทยแก้ปัญหาลำพังไม่ได้

ขณะที่นายปภพ เสียมหาญ มูลนิธิเพื่อสิทธิมนุษยชนและการพัฒนา กล่าวว่า เนื่องจากประเทศในอาเซียนกำลังถูกนานาชาติจับตามองเรื่องชาติพันธ์ุโรฮิงญาอยู่ กิจกรรมเร่งด่วนที่ประเทศไทยต้องร่วมมือกับนานาชาติ คือ การแก้ปัญหาชาวโรฮิงญา ที่ลอยเรือในทะเล ซึ่งโดยส่วนตัวมองว่าการจัดประชุมใหญ่ปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาเป็นแค่การเริ่มต้นไม่ใช่จุดจบของการแก้ปัญหา หากสังเกตสถานการณ์โรฮิงญาในประเทศไทยจะพบว่ามีข่าวคราวมาหลายปีแล้ว ช่วงแรกๆ นั้น แน่นอนว่าโรฮิงญาเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่หนีภัยการเมือง ภัยสังคมมาจากพม่า แต่ปัจจุบันพบว่า คนบนเรือที่ถูกตั้งภาพลักษณ์โดยรวมว่าโรฮิงญานั้น ไม่ใช่โรฮิงญาทั้งหมด แต่บางส่วนเป็นชาวบังกลาเทศที่ต้องการสร้างรายได้ในประเทศที่ 3 โดยยอมจ่ายเงินค่านายหน้าเข้ามายังประเทศที่ 3 ที่เป็นทั้งอินโดนีเซีย ไทย และมาเลเซีย ซึ่งกลุ่มหลังอาจจัดเป็นแรงงานข้ามชาติที่เข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย แต่กลุ่มแรกไม่ใช่ ดังนั้นการคัดกรองเหยื่อต้องทำอย่างระมัดระวัง เพื่อไม่ให้เป้าหมายคลาดเคลื่อน

ปภพบอกปัญหาค้ามนุษย์เป็นปัญหาทางการเมือง

INN News
นำเสนอข่าวโดยทีมงาน Sanook.com http://www.innnews.co.th/shownews/show?newscode=622835

‘ปภพ’ ชี้ ปัญหาค้ามนุษย์เป็นปัญหาการทางเมืองและด้านมนุษยธรรม ทิศทางการช่วยเหลือขึ้นอยู่กับทัศนคติผู้นำประเทศ – ‘พลิศร’ เผยเด็กประถมถูกล่วงละเมิดมากที่สุด

622835-01
นายปภพ เสียมหาญ มูลนิธิเพื่อสิทธิมนุษย์ชนและการพัฒนาแรงงานประมง กล่าวว่า ปัญหาชาวโรฮีนจาลักลอบเข้ามาในไทย มีมานานกว่า 10 ปีมาแล้ว เช่นเดียวกับ แรงงานสัญชาติอื่น โดยแรงงานเหล่านี้จะถูกนายหน้าหลอกให้ขึ้นเรือ โดยอ้างว่าสามารถจ่ายค่าผ่านทางได้ภายหลัง แต่หลังจากขึ้นเรือ นายหน้าจะบังคับให้แรงงานติดต่อญาติให้นำเงินมาแลกกับการเดินทางไปยังประเทศที่ 3 จำนวนหลายแสนบาท ซึ่งชาวโรฮีนจาส่วนใหญ่ไม่สามารถจ่ายได้ จึงถูกทุบตี บังคับอดข้าว บางคนเสียชีวิตในค่าย ซึ่งในการดำเนินคดีชาวโรฮีนจา มีความท้าทายกว่าค้ามนุษย์ประเภทอื่นๆ เพราะหลายกรณียังคลุมเครือว่าเป็นผู้ลักลอบเข้าเมือง หรือเหยื่อของขบวนการค้ามนุษย์

อย่างไรก็ตาม นายปภพ มองว่า ปัญหาการค้ามนุษย์เป็นปัญหาทางการเมือง และปัญหาด้านมนุษยธรรม ซึ่งทิศทางการช่วยเหลือขึ้นอยู่ทัศนคติของผู้นำประเทศหรือผู้จัดการปัญหา

ด้าน นายพลิศร โนจา ศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์และเด็กถูกล่วงละเมิด กล่าวในการเสวนาสำเร็จหรือล้มเหลว แนวทางการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ไทยในอาเซียน ว่า ปัจจุบันเด็กที่ถูกล่วงละเมิดส่วนใหญ่เป็นกลุ่มเด็กวัยประถมศึกษา ซึ่งในพื้นที่ท่องเที่ยวมักจะมีปัญหาการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กโดยชาวต่างชาติ ซึ่งเด็กส่วนใหญ่ที่เข้าสู่วงจรการค้าประเวณีมักจะเป็นเด็กเร่รอนทั้งชาวไทย และจากประเทศเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชาที่ถูกส่งข้ามแดนมาค้าประเวณีในไทย โดยวิธีการและรูปแบบจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว จึงฝากไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติระมัดระวังในเรื่องนี้เป็นพิเศษ พร้อมเสนอให้มีการจัดตั้งคณะทำงานหรือหน่วยงานเฉพาะกิจพิเศษที่ผ่านมาอบรม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก และ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์

สำเร็จหรือล้มเหลวแก้ค้ามนุษย์ ชี้รัฐพยายามจำกัดคดีให้น้อย หวังเลื่อนอันดับ
Thaipbs http://news.thaipbs.or.th/content/%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B9%87%E0%B8%88%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%A7%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B9%89%E0%B8%84%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%A9%E0%B8%A2%E0%B9%8C-%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%9E%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%88%E0%B8%B3%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%84%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A2-%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B8%B1%E0%B8%9A

 สำเร็จหรือล้มเหลวแก้ค้ามนุษย์ ชี้รัฐพยายามจำกัดคดีให้น้อย หวังเลื่อนอันดับ    

เครือข่ายปฏิบัติการต่อต้านการค้ามนุษย์เผยสถานการณ์ค้ามนุษย์ในไทยยังรุนแรง และค้ามนุษย์ในหลายรูปแบบมากขึ้น พบปัจจัยทางสังคมที่เหลื่อมล้ำ เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดการแสวงหาผลประโยชน์จากมนุษย์

วันนี้ (5 มิ.ย.2558) เครือข่ายปฏิบัติการต่อต้านการค้ามนุษย์ (ATN) จัดเสวนาวิชาการเนื่องในวันต่อต้านการค้ามนุษย์แห่งชาติ ปี 2558 เปิดเผยข้อมูลในเวที “ความสำเร็จหรือความล้มเหลว? และแนวทางแก้ไขปัญหาค้ามนุษย์ไทยสู่อาเซียน” พบว่าปัญหาค้ามนุษย์ยังเป็นปัญหาที่หลายประเทศให้ความสำคัญ เนื่องจากเป็นประเด็นที่เกิดขึ้นสืบเนื่องมาจากการละเมิดสิทธิมนุษย์ชนที่เพิ่มขึ้น โดยพบว่าผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ ส่วนใหญ่ยังเป็นกลุ่มผู้ย้ายถิ่นจากประเทศเพื่อนบ้าน และเป็นเด็ก ผู้หญิง รวมไปถึงกลุ่มแรงงานข้ามชาติ

นายปภพ เสียมหาญ ตัวแทนจากมูลนิธิเพื่อสิทธิมนุษยชนและการพัฒนา (HRDF) กล่าวว่า สถานการณ์ความรุนแรงในปัญหาค้ามนุษย์ไม่สามารถสะท้อนได้จากสถิติคดี หรือจำนวนการจับกุมได้ หากแต่อยู่ที่ความรุนแรงที่เกิดขึ้นกับตัวผู้เสียหายหรือผู้ตกเป็นเหยื่อค้ามนุษย์

จากการติดตามการดำเนินคดีค้ามนุษย์ในกระบวนการยุติธรรมของภาครัฐของมูลนิธิเพื่อสิทธิมนุษยชนและการพัฒนา พบว่าในการดำเนินคดีเจ้าหน้าที่รัฐ มีการจำกัดคดีให้มีเหลือน้อยที่สุดเพื่อตอบโจทย์การแก้ปัญหาที่ไทยถูกสหรัฐอเมริกา จัดอันดับในรายงานสถานการณ์ค้ามนุษย์ หรือ TIP Report ให้อยู่ในกลุ่มประเทศที่มีสถานการณ์ค้ามนุษย์ระดับเลวร้ายที่สุด หรือ Tier 3 แต่ปัญหาค้ามนุษย์ยังไม่ได้ถูกแก้ไขอย่างจริงจังและตรงจุด

ขณะที่การปราบปรามขบวนการค้ามนุษย์เพื่อแก้ปัญหายังคงมีความล้มเหลวและไม่สามารถแก้ปัญหาได้จริง จึงเสนอว่าควรจะมุ่งเน้นไปที่การป้องกันและการเยียวยาผู้เสียหายไม่ให้กลับเข้าสู่ขบวนการค้ามนุษย์อีกครั้ง และภาครัฐควรจัดอบรมเจ้าหน้าที่ระดับท้องที่เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถ่องแท้ถึงกฎหมายการปราบปรามการค้ามนุษย์ เพราะจะส่งผลต่อการแก้ปัญหาในการคัดแยกผู้เสียหายและการให้ความช่วยเหลือ รวมถึงขอให้เปิดโอการให้ทีมสหวิชาชีพในภาคประชาสังคมได้มีส่วนในการทำงานร่วมกับภาครัฐได้มากขึ้นด้วย

ขณะที่ปัญหาค้ามนุษย์ในเด็ก นายพลิศร โนจา ตัวแทนศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์และเด็กถูกละเมิด เปิดเผยว่าสถานการณ์การค้ามนุษย์ในกลุ่มเด็กยังมีอยู่อย่างต่อเนื่อง พบว่าเด็กที่ถูกละเมิดมีอายุน้อยลงจากเมื่อก่อน และถูกนำมาหาผลประโยชน์การการถูกบังคับเป็นขอทานและที่พบส่วนใหญ่ยังคงเป็นชาวกัมพูชา เนื่องจากยังคงมีการอพยพเคลื่อนย้ายถิ่นของแรงงานข้ามชาติอย่างต่อเนื่อง ขณะที่การทำงานของภาครัฐยังล่าช้าและไม่จริงจังกับการแก้ปัญหา จึงเสนอว่าภาครัฐควรจะมีการปรับแก้ พ.ร.บ.ควบคุมการขอทาน พ.ศ.2484 ซึ่งไม่สอดคล้องกับสภาพปัญหาขอทานในปัจจุบัน ที่มีความซับซ้อนมากว่าในอดีต และขอให้ภาครัฐได้กำหนดมาตรการในระยะยาวให้มีความชัดเจนและบังคับใช้ได้จริง ทั้งการป้องกันตามแนวชายแดน การวางระบบกลไกการรับแจ้งเหตุ เพื่อให้ตอบสนองกับการให้ความช่วยเหลือได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

นักกฎหมายแนะรัฐ เอาจริงกฎหมายค้ามนุษย์

http://www.msn.com/th-th/news/video/%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%81%E0%B8%8E%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%81%E0%B8%99%E0%B8%B0%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90-%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%8E%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%84%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%A9%E0%B8%A2%E0%B9%8C/vp-BBkI8Ui

นักกฎหมาย นักสิทธิมนุษยชน แนะรัฐบาลไทยเอาจริงกับการแก้ปัญหาค้ามนุษย์ ตั้งเป้ายุติปัญหาค้ามนุษย์เป็นศูนย์ กวาดล้างเจ้าหน้าที่รัฐที่ทำผิดกฎหมายคณะอนุกรรมการสิทธิมนุษยชนด้านสัญชาติและไร้สัญชาติ นายสุรพงษ์ กองจันทึก เปิดเผยว่า การค้ามนุษย์ในประเทศไทยเป็นปัญหาที่ฝังรากลึกมานาน เพราะไม่มีการแก้ไขอย่างจริงจังโดยเฉพาะเรื่องกฎหมาย ทั้งที่รู้ว่าการค้ามนุษย์ผิดกฎหมายร้ายแรงแต่ในประเทศไทยไม่มีใครบังคับใช้กฎหมายจริงจัง ทว่าวันนี้ถูกหยิบยกขึ้นมาแก้ไข จึงอยากจะให้ปัญหาการค้ามนุษย์ได้รับการแก้ไขทั้งหมดด้านนักกฎหมายนางศิริวรรณ ว่องเกียรติไพศาล บอกว่า เจ้าหน้ารัฐที่ขาดความรู้ ความเข้าใจและความเชี่ยวชาญในการแก้ปัญหา เพราะการโยกย้ายในระบบราชการ และอุปสรรคที่สำคัญคือกฎหมายที่ยังมีช่องว่างไม่มีการบังคับใช้อย่างจริงจัง

เปิดบัญชี ‘รับส่วย’ เหตุที่ขบวนการค้ามนุษย์ยังอยู่ได้ อึ้ง!นักข่าวเอี่ยวด้วย
http://www.isranews.org/thaireform/thaireform-documentary/item/39061-tier305.html

tier305

tier304

tier303

 

การลงโทษผู้กระทำผิด โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่รัฐ สั่งเด้งตำรวจ เหมือนปิงปอง  ไม่มีผลทางกฎหมาย  และไม่มีการลงโทษ   น้อยรายมากที่ถูกลงโทษจริงจัง นักวิชาการ ชี้เรื่องนี้ Tip report ให้ความสำคัญมาก แต่ไทยก็ทำได้น้อยมากด้วยเช่นกัน

ประเทศไทย ตกอยู่ในสายตาของนานาชาติ ถูกจับตามองสถานการณ์การการค้ามนุษย์มาไม่ต่ำกว่า  4 ปีแล้ว  โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีรายงานสถานการณ์และความก้าวหน้าในการคุ้มครองผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ประจำปี 2557 หรือ TIP report ออกมา โดยจัดให้ไทยตกมาอยู่ในอันดับต่ำสุดในกลุ่มประเทศที่มีสถานการณ์การค้ามนุษย์ระดับเลวร้ายที่สุด หรือ Tier3

ในโอกาสวันต่อต้านการค้ามนุษย์ ตรงกับวันที่ 5 มิถุนายนของทุกปี ทางเครือข่ายปฏิบัติการต่อต้านการค้ามนุษย์ และภาคีเครือข่าย ร่วมจัดงานเสวนาวิชาการ   เรื่อง “สำเร็จหรือล้มเหลว? และแนวทางการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ไทยสู่อาเซียน” ณ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย

นายสุรพงษ์ กองจันทึก คณะอนุกรรมการสิทธิมนุษย์ชนด้านสัญชาติและไร้สัญชาติ สภาทนายความ กล่าวถึงวันต่อต้านด้านการค้ามนุษย์  ซึ่งทั่วโลกถือว่ามนุษย์ทุกคนเป็นทรัพยากรที่สำคัญที่สุด มีศักดิ์ศรีมีความเสมอภาคกัน ในการที่คนถูกปฎิบัติเหมือนไม่เป็นคนนั้น เป็นสิ่งที่ร้ายแรงที่สุด โดยเฉพาะเรื่องการค้ามนุษย์ เป็นปัญหาที่ใหญ่โตขึ้น ประเทศอาเซียน และสังคมโลกจะมีการแก้ไขปัญหาเหล่านี้อย่างไร

นายสุรพงษ์ กล่าวถึงข้อเสนอแก้ปัญหาการค้ามนุษย์  5 ประการ คือ

ประการแรก  อยากให้มองการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ ไม่ใช่เรื่องการค้ามนุษย์เรื่องเดียว แต่เกี่ยวข้องในเรื่องกฎหมายอื่นๆ อีกจำนวนมาก เช่น เรื่อง คนเข้าเมือง มีขบวนการการนำพาคนเหล่านี้เข้ามา ให้ที่พักพิงรวมทั้งยังมีความเกี่ยวเนื่องกับกฏหมายอาญา รวมถึงในเรื่องกฎหมายของการกักขังหน่วงเหนี่ยว การทำร้ายร่างกาย การฆาตกรรม ซึ่งทุกเรื่องที่กล่าวมามีโทษจำคุก และโทษไม่น้อยไปกว่าเรื่องของการค้ามนุษย์เลย จึงอยากให้เจ้าหน้าที่ไม่มองว่า เป็นแค่เรื่องของการค้ามนุษย์ แต่อยากให้มองว่า มีการทำผิดเรื่องกฎหมายอื่นๆ อีกจำนวนมาก

ประการที่สอง  รัฐต้องเอาจริงเอาจังตามกฎหมายกับขบวนการค้ามนุษย์ เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นมีการทำเป็นขบวนการ เช่น กิจการประมงมีการทำเป็นขบวนการนำพาเข้ามา ถูกนำไปใช้งานอย่างทาส เรื่องของโรฮินจาก็เช่นกัน รวมถึงเรื่องของเด็กขอทาน ซึ่งที่ผ่านภาครัฐไม่เคยเข้าไปถึงขบวนการ ผู้ดูแลกลุ่ม หรือเจ้าของกิจการที่นำพาคนเหล่านี้เข้ามา

“ที่เราต้องจริงจัง เพราะขบวนการเหล่านี้ กำลังจะกลายเป็นอาชญากรรมข้ามชาติ ไม่ใช่แค่ในประเทศไทย ซ้ำยังขบวนการเหล่านี้เติบโตขึ้นเรื่อยๆ”

ประการที่สาม  รัฐต้องคุ้มครองและเข้าถึงเหยื่อ เหยื่อไม่ได้หมายถึงการค้ามนุษย์เท่านั้น แต่ปัจจุบันรัฐให้คำจัดความว่าเหยื่อเป็นขบวนการของการค้ามนุษย์ ทั้งๆที่เหยื่อเหล่านี้ยังมีความผิดถึงกระบวนการที่ผิดกฎหมายต่างๆ ทางรัฐเองมีการจัดการแต่รายย่อย ละเลยรายใหญ่ๆไป  จึงไม่เป็นการนำไปสู่การแก้ไขปัญหาที่แท้จริง และสาเหตุที่ไม่เคยมองเห็นเขาเป็นเหยื่อก็เพราะไม่เคยเข้าถึงตัวพวกเขา ไม่เคยเข้าไปตรวจสอบว่า คนที่เป็นขอทาน มาจากไหน บ้านเขาเป็นอย่างไร

ประการที่สี่  รัฐต้องเอาจริงเอาจังกับขบวนการส่วยและการคอรัปชั่น เพราะกิจการด้านการค้ามนุษย์เติบโตได้ เพราะมีขบวนการเหล่านี้เข้ามา มีเจ้าหน้าที่เข้ามาเกี่ยวข้อง

ประการที่ห้า  รัฐบาลต้องประกาศมีเป้าหมายที่จะไม่มีการค้ามนุษย์ในสังคมไทย ต้องจัดทำเป็นนโยบายใหญ่และทำอย่างจริงจัง เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องต้องมีความเข้าใจในเรื่องเหล่านี้ รวมถึงประชาชนทั้งหมดต้องเข้าใจ มองคนอย่างเท่าเทียมกันไม่เกลียดชังแบ่งแยกคนต่างศาสนา หรือมีวัฒนธรรมที่แตกต่างจากเรา

นายสุรพงษ์  กล่าวอีกว่า จากการได้รวบรวมข้อมูลเอกสารจำนวนมาก ที่บอกได้ว่า มีการจ่ายเงินให้กันภายในหนึ่งเดือนให้กับใครบ้าง   พบว่า มีกรณีหนึ่ง  มีการจ่ายส่วยกันคือ ตม.เมือง(ดาบ ก.) 12,000 บาท ตม.เมือง 7,000 บาท กองปราบ 4,000 บาท กองปราบพิเศษ 8,000 บาท สันติบาล 1,000 บาท สืบ ภาค 6,000 บาท หมวด ค. 3,000 บาท รวมถึงนักข่าว 2,000 บาท เป็นต้น ซึ่งข้อมูลนี้เป็นการจ่ายเพียงที่เดียวในหนึ่งเดือน รวมเป็นเงินทั้งหมด 90,500 บาท  ที่กล่าวมาข้างต้นนี้จึงเป็นข้อมูลสำคัญที่ว่า ทำไมขบวนการค้ามนุษย์ถึงยังอยู่ได้

“หลักฐานที่นำมาเผยแพร่ เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการจ่ายส่วยของเมื่อปีที่ผ่านมา จากผู้ที่เกี่ยวข้องในเรื่องกระบวนการการค้ามนุษย์ทั้งหมด โดยทำการไล่เป็นคนๆ รวมถึงมีการจ่ายให้หน่วยงานไหนที่ซ้ำกัน และมาเริ่มดูว่ามีการจ่ายให้หน่วยงานไหนบ้าง รวมๆแล้วต่อคนมีการจ่ายไม่น้อยกว่า 10 แห่ง แล้วในหนึ่งเดือนมีการจ่ายในแต่ละที่ไม่ต่ำกว่า 100,000 บาท และมีการจ่ายกันอีกหลายที่” คณะอนุกรรมการสิทธิมนุษย์ชนด้านสัญชาติและไร้สัญชาติฯ กล่าว และว่า ฉะนั้นการจ่ายส่วยนี้มีอยู่จำนวนมาก  รวมถึงในประเด็นของโรฮินจา มีความคล้ายคลึงกัน มีเจ้าหน้าที่เข้าไปเกี่ยวข้องเป็นจำนวนมากจึงอยากให้หน่วยงานรัฐเข้ามาแก้ไขปัญหาและจัดการในเรื่องนี้อย่างจริงจัง

ด้านนายสมพงศ์ สระแก้ว มูลนิธิเครือข่ายส่งเสริมคุณภาพชีวิต (LPN) กล่าวถึงจุดอ่อนการแก้ไขการค้ามนุษย์คือเรื่องคอร์รัปชั่น หรือมีการรับส่วยในทุกระดับ  เจ้าหน้าที่รัฐบางหน่วยส่งคนไปสถานที่ใดที่หนึ่งที่มีการบังคับใช้แรงงาน และเป็นเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายการค้ามนุษย์

ไทยแก้ปัญหาค้ามนุษย์ ล้มเหลวมากกว่าสำเร็จ

ศ.ดร.สุภางค์ จันทวานิช ผู้อำนวนการ ศูนย์วิจัยการย้ายถิ่น สถาบันเอเชียศึกษา  จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ไทย ช่วงที่ผ่านมา ถามว่า สำเร็จล้มเหลว ต้องกล่าวว่า มีทั้งสำเร็จและล้มเหลว แต่ “ล้มเหลวมากกว่าสำเร็จ”

“เราสำเร็จในการดูแลผู้เสียหาย มีประสบการณ์ดูแลคนเหล่านี้ จากอดีตมีแค่ผู้หญิงและเด็ก กระทั่งต่อมามีผู้ชายตกเป็นเหยื่อด้วย”

ศ.ดร.สุภางค์ กล่าวอีกว่า ส่วนสิ่งที่ล้มเหลวคือ ความไม่เพียงพอ มี 3 ความที่ไม่เพียงพอ เรายังทำไม่เพียงพอ

1.เรื่องการดำเนินการในกระบวนการยุติธรรม สาเหตุที่ไม่ประสบความสำเร็จ เพราะเป็นสิ่งใหม่ เช่น  กระทรวงแรงงานที่ผ่านมาไม่เคยคิดว่า การค้ามนุษย์เป็นเรื่องของกระทรวงแรงงานเลยแม้แต่น้อย จนถึงทุกวันนี้ถ้าเข้าไปช่วยแค่แรงงานไม่ได้ช่วยผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ อีกทั้งเมื่อมาเจอผู้เสียหายแบบใหม่ ที่ไม่คุ้นเคย ก็คิดไม่ออกว่าต้องใช้กฏหมายอะไรมาบังคับใช้ หรือมิติในการคัดแยกผู้เสียหาย ก่อนขึ้นสู่กระบวนการยุติธรรม  รวมถึงแรงงานที่ตกเป็นเหยือค้ามนุษย์ก็ไม่ได้ตระหนักรู้ถึงสิทธิ

2.การลงโทษผู้กระทำผิด โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ยังอ่อนอยู่ เช่น การโยกย้าย หรือเด้งเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องนั้น เป็นเหมือนปิงปองโยนไปโยนมา ไม่มีผลทางกฎหมาย  และไม่มีการลงโทษ อย่างมากสุดคือการลงโทษทางวินัยในฐานะที่เป็นข้าราชการ น้อยรายมากที่ลงโทษเจ้าหน้าที่ของรัฐจริงจัง เรื่องนี้ Tip report ให้ความสำคัญมาก และไทยก็ทำได้น้อยมากด้วยเช่นกัน

3.การป้องกัน คนที่จะเข้าสู่การเป็นผู้เสียหายด้านการค้ามนุษย์ ซึ่งมีทั้งที่รู้เรื่องและไม่รู้เรื่อง ปะปนกัน แต่วิธีการป้องกันนั้นมีเจ้าหน้าที่ของรัฐลงปฏิบัติหน้าที่จริงจังหรือไม่

“จาก 3 ไม่เพียงพอที่กล่าวมา จึงเพียงพอแล้วที่ไทยจะอยู่ใน Tier ต่อไป เดือนนี้เราจะได้รู้กัน”

ศ.ดร.สุภางค์ กล่าวถึงทางออกการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ด้วยว่า ในกระบวนการยุติธรรมมีจุดโหว่ ระดับนโยบายต้องแก้ลงลึกในระดับโครงสร้างมากกว่าทำระดับฝอยๆ รวมถึงความหย่อนยานของการบังคับใช้กฏหมาย ของเจ้าหน้าที่ของรัฐ

“ช่วงที่ผ่านมา มีข้อเสนอให้มีการจัดตั้ง “ผู้ตรวจแรงงานสมทบ” แบบเดียวกับผู้พิพากษาสมทบ โดยเลือกคนมีประสบการณ์ มีคุณสมบัติเพียงพอ ขึ้นทะเบียบเป็นผู้ตรวจแรงงานสมทบ เข้ามาทำงานร่วมกับกระทรวงแรงงานที่มีเจ้าหน้าที่เพียง 2 พันคน ทำหน้าที่ตรวจแรงงานทุกประเภท รวมถึงแรงงานประมง แก้ปัญหาการขาดแคลนผู้ปฏิบัติงาน และขาดแคลนงบประมาณ”

ผศ.ดร.นฤมล ทับจุมพล อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า การแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์   ประเทศไทยต้องมีกระบวนการป้องกันแบบบันได3 ขั้น คือ ป้องกันไม่ให้คนเข้าสู่กระบวนการค้ามนุษย์ ดูแลช่วยเหลือคนที่ติดอยู่กระบวนและเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์ จัดการปราบปรามคนที่อยู่ในกระบวนการค้ามนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นนายหน้าหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ

“แต่ของไทยล้มเหลวทั้งสองอย่าง ทั้งก่อนเข้ามาและหลังจากตกเป็นเหยื่อแล้ว ดังนั้นจึงยากที่ไทยจะสำเร็จ แต่ขณะนี้ นานาประเทศกดดันไทย เราก็อาจทำสำเร็จได้ภายใต้ภาวะถูกกดดัน”

นายปภพ เสียมหาญ มูลนิธิเพื่อสิทธิมนุษยชนและการพัฒนา (HRDF)  กล่าวถึงสถานการณ์การค้ามนุษย์ โรฮีนจาว่า มีความท้าทายกว่าคดีค้ามนุษย์ประเภทอื่นๆ เนื่องจากความผิดการค้ามนุษย์ประเภทอื่นๆ จะมีความชัดเจนเรื่องการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ เช่น แรงงานประมง  การค้าประเวณี และขอทาน แต่กลุ่มชาวโรฮีนจาไม่เข้าองค์ประกอบการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ  ทั้งๆ ที่การค้ามนุษย์ โรฮีนจาเข้าข่าย “การอื่นใดที่คล้ายคลึงกัน อันเป็นการขูดรีดบุคคล การเรียกค่าไถ่จากญาติ เป็นการกระทำผิดเข้าข่ายการค้ามนุษย์”

นอกจากนี้ ยังพบ ปัญหาการคัดแยกเหยื่อการค้ามนุษย์ โดยเฉพาะนายหน้าค้ามนุษย์ชาวโรฮีนจาจะปะปนอยู่บนเรือ ทำให้นายหน้าค้ามนุษย์ถูกดำเนินคดีตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ.2522  แทนพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ.2551 ซึ่งมีโทษน้อยกว่า

นายปภพ กล่าวถึงการดำเนินการปราบปรามกับกระบวนการค้ามนุษย์ด้วยว่า ต้องไม่เลือกปฏิบัติ  การดำเนินคดีกับผู้มีอิทธิพลต้องดำเนินคดีถึงที่สุดไม่มีการละเว้น ขณะที่ชาวโรฮีนจาต้องได้รับการเยียวยาไม่ต่างกับเหยื่อ หรือผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ รวมไปถึงผู้บริหารบ้านเมืองด้วยว่า จะมองปัญหาโรฮีนจา เป็นปัญหาทางการเมือง หรือเป็นปัญหาที่ต้องจัดการโดยมนุษยธรรม พร้อมกับเชื่อว่า หากผู้บริหารบ้านเมืองมีทัศนคติที่ดี การแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์โรฮีนก็จะสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี

ด้านนางสาวปฏิมา ตั้งปรัชญากูล มูลนิธิเครือข่ายส่งเสริมคุณภาพชีวิต (LPN) กล่าวถึงการทำประมงนอกน่านน้ำ และแรงงานประมงเป็นปัญหาหมักหมมมาไม่ต่ำกว่า 30 ปี ซึ่งพบว่า ประเทศไทยมีเรือเถื่อนจำนวนมาก มีการลักลอบหาปลา สวมทะเบียนเรือ เอกสารปลอม มีการขนถ่ายปลากลางทะเล เลี่ยงภาษี และมีชื่อเรือที่จดทะเบียนเรือไม่ตรงกัน ไม่เคยได้รับการแก้ไข นอกจากมีเรือเถื่อนแล้ว ยังมีคนเถื่อน ถูกกดขี่ค่าแรง

NGO เรียกร้องรัฐแก้ปัญหาค้ามนุษย์จริงจัง เพิ่มโทษหนัก
Written by: newmedia 2015/06/05 7:47 PM
http://www.tnamcot.com/content/202168
กทม. 5 มิ.ย. – กลุ่มเอ็นจีโอเรียกร้องภาครัฐแก้ปัญหาการค้ามนุษย์อย่างจริงจัง และออกกฎเพิ่มโทษขบวนการที่เกี่ยวข้องอย่างหนัก พร้อมให้ความสำคัญกับทุกปัญหาที่ครอบคลุมไม่เพียงเรื่องใดเรื่องหนึ่งเท่านั้น

แม้ภาครัฐมุ่งเน้นแก้ปัญหาการค้ามนุษย์ทั้งโรฮิงญา แรงงานประมงผิดกฎหมาย หวังแก้ไขการจัดอันดับสถานการณ์ค้ามนุษย์ระดับเลวร้ายที่สุด หรือ Tier3 แต่ปัญหาค้ามนุษย์ยังมีอีกหลายประเด็นที่ถูกมองข้าม

เวทีเสวนาเนื่องในวันต่อการค้ามนุษย์หยิบยกปัญหาการนำเด็กมาขอทานมาพูดคุย แม้รัฐจะมุ่งเน้นปราบปรามจริงจังแต่ยังพบมีขบวนการนำเด็กมาเครื่องมือกระจายอยู่เมืองเศรษฐกิจ อาทิ กรุงเทพฯ เชียงใหม่ ภูเก็ต พัทยา ตั้งแต่ต้นปีที่พบว่ามีเด็กมากกว่า 100 คนที่ตกเป็นเหยื่อขบวนการ ส่วนใหญ่มาจากประเทศเพื่อนบ้าน

ขณะเดียวกันการนำเด็กมาค้าบริการทางเพศถูกหยิบยกมาเป็นประเด็นสำคัญ เนื่องจากขบวนการมีรูปแบบซับซ้อน ผู้หญิงและเด็กถูกจำนวนมากถูกนายหน้านำเข้ามาทางชายแดนภาคอีสาน และให้เด็กแจ้งอายุที่สูงเกินจริง ทั้งร้านขายบริการมีการทำในลักษณะแอบแฝง ตรวจสอบยาก

            1433508138-e238b9df57716db68d40b8dc6127a21f       1433508203-1a0d40ed31dc92300691eb2c00b1289a-300x152

ที่สำคัญพบการจ่ายเงินให้เจ้าหน้าที่รัฐ โดยสภาทนายความนำบันทึกการจ่ายเงินมาเปิดเผย มีผู้เกี่ยวข้องเป็นตำรวจที่ทำงานปราบปรามการค้ามนุษย์ และจ่ายเงินต่อกันเป็นทอดๆ อาทิ ให้ ต.ม.เมือง (ดาบ ก.) 12,000 บาท ตม.เมือง 7,000 บาท กองปราบพิเศษ 8,000 บาท รวมทั้งสิ้นกว่า 90,000 บาท และจ่ายเป็นรายเดือน จึงยากต่อการสาวไปถึงขบวนการใหญ่

ผู้เกี่ยวข้องมองว่าการแก้ปัญหายังไม่เป็นรูปธรรม จึงเสนอให้เน้นไปที่การป้องกันเยียวยา ไม่ให้คนเหล่านี้หวนคืนสู่ขบวนการค้ามนุษย์อีกครั้ง ทั้งตัวเจ้าหน้าที่ต้องเข้าใจกฎหมายปราบปรามการค้ามนุษย์ รวมถึงเปิดโอกาสให้ภาคประชาสังคม มีส่วนในการทำงานมากยิ่งขึ้น. – สำนักข่าวไทย

 

 

Tags: , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,

Comments are closed.